ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ 
Introduction to Franchise Busines
     
การตั้งเป้าหมาย ส่งทุกความคิดเหห็นได้ที่ ติดต่อ ทัต ณ ฝั่งโขง บนเฟชบุค
เกี่ยวกับเว็บไซต์คิดบวก หมวดหมู่บทความคิดบวก ข่าวประชาสัมพันธ์ ธรรมะ,ข้อคิด,ท่าน ว.วชิรเมธี, ติดต่อทีมงานคิดบวก
เปิดร้านค้าออนไลน์ | ลงโฆษณา์ ฝากข่าว (ฟรี) | รับทำ SEO | รับทำเว็บไซต์ | คำคม | นักอยากเขียน | บุุคคลต้นแบบ | photo  
 
     
ค้นหาข้อมูลที่ต้องการ>>
Loading
 
 
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ 
Introduction to Franchise Busines

บทนำ

ความเข้าใจเกี่ยวกับ " ธุรกิจแฟรนไชส์ ( Franchise ) " อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลาย ๆ คน
ขณะเดียวกันคำว่า แฟรนไชส์ ก็ไม่ใช่คำใหม่ที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนหรือเพิ่งเคยได้ยิน อย่างไรก็ตามผู้คนโดยทั่วไปมักจะรับรู้โดยรวม ๆ ตรงกันในเบื้องต้นว่าธุรกิจแฟรนไชส์เป็นสิ่งที่ทันสมัยน่าสนใจ มีความเป็นมืออาชีพและมีมาตรฐานของสินค้าและบริการที่ดีในสายตาของคนทั่วไป รวมทั้งมักจะนึกถึงธุรกิจฟ้าสฟู้ดที่มีเจ้าของเป็นฝรั่งชาวต่างชาติเป็น ลำดับแรก ๆ ความจริงธุรกิจแฟรนไชส์เพิ่งจะเป็นที่รับรู้และเตะตาของคนในบ้านเราเมื่อไม่ นานมานี้เอง ปัจจุบันเรามักจะพบเห็นอยู่บ่อยขึ้นเรื่อยๆ จากสื่อสารมวลชน ว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจจากรูปแบบดังกล่าวทั้งใน ส่วนของผู้ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์และผู้ที่ซื้อสิทธิ์จากเจ้าของแฟรนไชส์อีก ทอดหนึ่ง ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ในบ้านเรา
มีการตื่นตัว และมีการพัฒนาขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลากหลายหมวดสินค้า และบริการ ซึ่งพบเห็นกันโดยทั่วไป โดยเฉพาะธุรกิจบริการด้านอาหาร ฟ้าสฟู้ด ร้านกาแฟ ร้านก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ หรือธุรกิจ ด้านอื่นๆ เช่น ร้านค้าปลีกสะดวกซื้อ ร้านซักแห้ง ร้านขายดอกไม้ สถานบริการเสริมความงาม ร้านหนังสือฯลฯ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะอธิบายในมุมมองไหนก็ตามคำว่าแฟรนไชส์นั้นก็เป็นรูปแบบ หนึ่งในการบริหารจัดการทางธุรกิจที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายสาขาหรือ สมาชิกจำนวนมากๆ และมีลักษณะ หรือองค์ประกอบการดำเนินงานที่เหมือน ๆ กัน (Similar, identical element or uniform) ซึ่งเป็นผู้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่มีรูปแบบเหมือน ๆ กัน และมีความเฉพาะพิเศษในตัวมันเองทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำเอารูปแบบการทำ แฟรนไชส์ เพื่อพัฒนาและสร้างความเติบโตทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว จนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ธุรกิจแฟรนไชส์จึงเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งผู้จะซื้อหรือ ผู้จะขายแฟรนไชส

 

แฟรนไชส์ (Franchise) คืออะไร

ได้มีผู้ให้นิยามคำว่า "การทำแฟรน์ไชส์ (Franchising)" หมายถึง "กระบวนการทางธุรกิจซึ่งมีกลุ่มบุคคลที่ได้พัฒนาวิธีอันได้รับการพิสูจน์ แล้วว่าประสบความสำเร็จในการประกอบการธุรกิจได้ถ่ายทอดสิทธิในการประกอบการ ธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวให้กับกลุ่มบุคคลอื่นภายใต้ตราสินค้า หรือบริการ หรือเครื่องหมายการค้าอันหนึ่งอันใดโดยกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทำ นิติกรรมระหว่างบุคคลสองกลุ่มข้างต้น" กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของตราสินค้า หรือ บริการ หรือเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเรียกว่า แฟรนไชซอร์ (Franchisor) และกลุ่มบุคคลที่ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายและดำเนินธุรกิจโดยใช้รูปแบบและ การผลิตสินค้า หรือบริการ หรือเครื่องหมายการค้าอันมีแฟรนไชซอร์เป็นเจ้า ของอยู่เรียกว่า แฟรนไชซี (franchisee) หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ แฟรนไชซอร์และแฟรนไชซี ก็คือผู้ขายและผู้ซื้อแฟรนไชส์ ตามลำดับ โดยหลักพื้น ฐานแล้วธุรกิจที่จะสามารถทำแฟรนไชส์ได้นั้นจะต้องมีลักษณะเป็นกระบวนการ สามารถถ่ายทอดต่อ หรือสอนให้ผู้อื่นทำตามหรือเลียนแบบได้ มีวิธีการ ปฏิบัติ สูตรการผลิต หรือเคล็ดลับเฉพาะที่ยากแก่การเลียนแบบ รวมทั้งสามารถควบคุมสูตรลับดังกล่าวได้ เมื่อสามารถพิสูจน์แล้วว่าธุรกิจดัง กล่าวสามารถประสบความสำเร็จในการประกอบการได้ก็สามารถนำมาทำแฟรนไชส์ได้ทั้ง สิ้น ส่วนจะเหมาะหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

1. Product or Brand Franchising

เป็นระบบแฟรนไชส์ที่ให้สิทธิ์เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณท์ และ/หรือบริการของแฟรนไชซอร์รวมถึงการให้สิทธิ์ในการใช้

เครื่องหมายทางการค้าของผู้ผลิต

2. Business Format Franchising

เป็นระบบแฟรนไชส์ที่ได้สิทธิ์เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณท์ของแฟรนไชซอร์

รวมถึงการให้สิทธิ์ในการใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ผลิต หรือขายสินค้า หรือบริการโดยมีการถ่ายทอด
ในวิธีการดำเนินธุรกิจ

แบบร้านมาตรฐาน

3. Conversion Franchising เป็นระบบแฟรนไชส์ที่ให้สิทธิเพื่อการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ รวมถึงการให้สิทธิ

ในการใช้เครื่องหมายทางการค้าของผู้ผลิต โดยผู้ผลิตได้เปลี่ยนธุรกิจที่มีอยู่เดิมแล้วให้มาใช้รูปแบบใหม่

 

ในแง่ของการให้สิทธิ์ หรือสิทธิแฟรนไชส์ อาจมีความแตกต่างออกไป เช่น

 
แฟรนไชส์แบบบุคคลหรือหน่วยเดียว
(Individual Franchise or Single Unit Franchise)
เป็นรูปแบบการให้สิทธิ แก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใด หรือกลุ่มบุคคลในลักษณะการกำหนด
เป็นพื้นที่รับสิทธิ์ เพียงแค่ 1 แห่ง ตามพื้นที่ที่ได้ตกลงกัน
 

แฟรนไชส์แบบหลายหน่วย หรือ แบบพัฒนาพื้นที่ 
(Multi-unit Franchise or Area Development Franchise)

เป็นรูปแบบการให้สิทธิ แก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใด หรือกลุ่มบุคคลในลักษณะการกำหนด
เป็นพื้นที่รับสิทธิ์ ที่สามารถดำเนินธุรกิจ ที่ได้รับมาจาก แฟรนไชซอร์ มากกว่า 1 แห่ง ตามจำนวนที่ได้ตกลงกัน

 
แฟรนไชส์แบบ Sub-franchise
เป็นรูปแบบการให้สิทธิแก่บุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ให้พื้นที่รับสิทธิ์กำหนด โดยที่บุคคลผู้รับสิทธิ สามารถทำการขยายการให้สิทธิ์หน่วยย่อยแบบ individual franchise
หรือ Multi-unit Franchise แก่บุคคลอื่นในพื้นที่ต่อไป
 

โครงสร้างระบบบริหารจัดการแบบแฟรนไชส์ (Franchise Models Structure)

คำอธิบายโครงสร้างระบบบริหารจัดการแฟรนไชส์ (Franchise Model) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกิจกรรมต่าง ๆ และความรับผิดชอบจะถูกกำหนดโดยหน่วยงานแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
 
สำนักงานใหญ่ (Corporate office/Head Office)
 

จัดทำระบบบริหารจัดการโดยครอบคลุมสมาชิกหรือแฟรนไชซีส์ทั้งหมดในด้านต่าง ๆ

1. ควบคุมระบบบริหารจัดการและกำหนดนโยบาย ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดเพื่อเป็นกลไกควบคุมใน
การรักษามาตรฐานของรูปแบบแฟรนไชส์

2. ควบคุมระบบด้านเอกสาร บัญชี จัดซื้อ

3. กำหนดและส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

4. ประสานงานด้านการฝึกอบรม ทั้งภายใน และภายนอก

- สื่อสารกับลูกค้า ผู้ส่งมอบ ผู้รับจ้างช่วง

- จัดการฝึกอบรมให้แก่สมาชิกและผู้ส่งมอบ

 

ฝ่ายปฏิบัติการ (Operation)

- ทำหน้าที่ในการควบคุม กำกับดูแล สนับสนุนให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิก/ แฟรนไชซีในด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานของแฟรนไชซีบรรลุตามวัตถุประสงค์

- ความรับผิดชอบโดยทั่วไปของฝ่ายปฏิบัติการในเชิงการบริหารจัดการ ได้แก่

1. ทำให้มั่นใจถึงความสอดคล้องของการปฏิบัติงานต่าง ๆของสมาชิกหรือแฟรนไชซีตามรูปแบบที่กำหนดไว้

2. สืบสวนหาสาเหตุของความไม่สอดคล้อง และ/หรือ ความล้มเหลวในระบบ

3. ช่วยให้มีการปรับปรุงของระบบการจัดการ

4. ช่วยยืนยันถึงการดำรงไว้ของระบบในความสอดคล้องตามข้อกำหนด


สมาชิก/แฟรนไชซีส์ (Members/ franchisees)

สมาชิกต่าง ๆ จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อกำหนดตามวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
ที่ได้รับการกำหนดโดยแฟรนไชซอร์
เรามักเรียกว่า คู่มือปฏิบัติการ (Operation Manuals) ซึ่งแฟรนไชซีมีหน้าที่จะต้อง
ปฏิบัติให้สอดคล้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
ดังกล่าว

ผู้ส่งมอบที่ได้รับการอนุมัติ (Preferred suppliers)

- ผู้ส่งมอบที่ได้รับการอนุมัติอาจเป็นผู้ส่งมอบ หรือผู้รวบรวม ผู้ขนส่ง ผู้ผลิต ผู้บรรจุ ทั้งในและต่างประเทศ ฯลฯ

- ผู้ส่งมอบที่ได้รับการอนุมัติ จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการรับจ้างช่วง 
ซึ่งจะกำหนดเป็นมาตรฐานและระเบียบปฏิบัติ
ในแต่ละกิจกรรมเพื่อให้สามารถบรรลุตามข้อกำหนด

 

ข้อได้เปรียบในการเข้าร่วมแฟรนไชส์

1. โอกาสแห่งความสำเร็จนั้นสูงขึ้น แนวคิดของ การทำแฟรนไชส์ ก็คือ เป็นธุรกิจที่ได้ผ่านกระบวนการพัฒนาและพิสูจน์ความ สำเร็จมาแล้วดังนั้นจะได้เปรียบในแง่ของการขยายตัวที่รวดเร็วกว่า จากระบบ
ที่สามารถถ่ายทอดความสำเร็จจากหน่วย (individual homogeneity) ที่มีรูปแบบการจัดการที่เหมือน ๆ กัน

2. ย่นระยะเวลาในการเรียนรู้ เนื่องจากแฟรนไชซอร์ ได้ทุ่มเทเวลาและเงินทุนเป็นจำนวนไม่น้อยเพื่อสร้างและพัฒนาระบบการจัดการ ธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ผู้ได้รับสิทธิจะได้รับผลประโยชน์จากการเรียนลัด และประหยัดเวลาเป็นอันมาก

3. เครื่องหมายการค้าได้รับการยอมรับ ตราสินค้าหรือบริการ หรือ เครื่องหมายการค้าของแฟรนไชซอร์โดยทั่วไปแล้วได้รับการยอมรับและเป็นที่คุ้น เคยของผู้บริโภคเป็นเวลานาน ดังนั้นแฟรนไชซีจะได้รับประโยชน์ดังกล่าว

4. ประหยัดเนื่องจากการซื้อหรือใช้บริการทีละมาก ๆ การสั่งซื้อสินค้าและ/หรือบริการจากผู้ส่งมอบสามารถมีอำนาจต่อรองและ
ได้ราคาที่ถูกกว่าเนื่องจากเป็นการซื้อคราวละมาก ๆ

5. ระบบแฟรนไชส์สามารถ รวบรวมทรัพยากรเข้าด้วยกันเพื่อ ผลักดันให้เกิดการโฆษณาและส่งเสริมการขายร่วมกันทำให้ต้นทุนดังกล่าวต่ำ ลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวามทั้งยังส่งผลดีต่อการนำเสนอภาพลักษณ์ที่เข็มแข็งและสอดคล้องกัน

6. การถ่ายโอน ความเชี่ยวชาญ

7. การฝึกอบรแฟรนไชส์ สามารถได้รับการฝึกอบรมถ่ายทอดวิชาจากแฟรนไชซอร 
ซึ่งมีประสบการณ์ที่ชำชองในธุรกิจ

8. บริการช่วยเหลือจากแฟรนไชซอร์ โดยทั่ไปแฟรนไชซอร์จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือในด้านการบริหารจัดการที่บางครั้งแฟรนไชซีทำเองแล้วไม่สะดวก หรือไม่มีประสิทธิภาพ

ข้อเสียเปรียบของเข้าร่วมแฟรนไชส์

1. สูญเสียอิสรภาพในการดำเนินธุรกิจ แฟรนไชชีจะไม่มีอิสรภาพเต็มที่ในการ ตัดสินใจทางธุรกิจ เนื่องจากจะต้องดำเนินธุรกิจตามรูปแบบที่กำหนดไว้เท่านั้น

2. ไม่มีหลักประกันความสำเร็จ แม้ว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูง ตามรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แฟรนไชซอร์ได้รับความสำเร็จมาแล้วก็ตาม แฟรนไชซีอาจประสบ
ความล้มเหลวจากสาเหตุต่าง ๆ ได้ ซึ่งไม่มีอะไรที่ประกันความสำเร็จ

3. ค่าใช้จ่ายสูงแฟรนไชซีจะต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเพื่อการได้ มาซึ่งสิทธิ์ในการประกอบการ
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก เช่น การลงทุน การตกแต่งร้าน ฯลฯ

ข้อควรคำนึงถึงสำหรับเข้าร่วมแฟรนไชส์

1. ระยะเวลาของข้อผูกมัด หมายถึงช่วงเวลาที่สัญญาหรือนิติกรรมมีผลบังคับใช้ระหว่างแฟรนไชซอร์
และ แฟรนไชซี สัญญานี้อาจมีระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีจนถึง 10 ปี หรืออาจมากกว่านั้น

2. ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น เป็นค่าธรรมเนียมที่แฟรน ไชซีจะต้องจ่ายล่วงหน้าแก่แฟรนไชซอร์เพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในการประกอบ ธุรกิจ หรือใช้ตราสินค้า
หรือเครื่องหมายการค้า บางครั้งเรียกว่า "Entrance fee"

3. เงินค่างวด/ค่าธรรมเนียมการจัดการ เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างดำเนินการ ซึ่งปกติแฟรนไชซี จะจ่ายให้แก่ แฟรนไชซอร์เป็นรายเดือน โดยคำนวณจากยอดขายอาจมีองค์ประกอบ และเรียกแตกต่าง กันออกไป เช่น ค่ารอยัลตี (Royalty) ค่าการตลาด (Marketing or Advertising fee)

4. ต้นทุนการตกแต่งร้าน เป็นต้นทุนที่แฟรนไชซีจะต้องเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ให้เหมือนกับที่แฟรนไชซอร์กำหนด

5. ข้อตกลง หมายถึง เงื่อนไขอื่น ๆ ที่เป็นข้อผูกมัดระหว่างแฟรนไชซอร์และแฟรนไชซี

6. ทุนในการดำเนินงาน แฟรนไชซี่จะต้องจัดสรรเงินทุนให้เพียงพอกันการดำเนินงาน

7. เงื่อนไขการจ่ายเงิน ปกติแฟรนไชซอร์จะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาในการจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการ

8. พื้นที่ประกอบการ

9. อื่น ๆ

สรุป

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ ประกอบการที่กำลังพิจารณาจะนำรูปแบบการจัดการดังกล่าวมาขยายธุรกิจของตน หรือผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจและประสงค์จะทำธุรกิจในลักษณะที่ซื้อสิทธิ์ของ ผู้อื่นจากธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถประสบความสำเร็จได้ เพื่อย่นระยะเวลาเดินทางสู่ความ สำเร็จและลดความเสี่ยง เราทราบว่าธรุกิจ แบบแฟรนไชส์ ซึ่งมีรูปแบบ ที่เฉพาะ ตัวของมันและต้องเข้าใจตรงกันว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการซื้อ-ขายแฟรนไชส์นั้น ถือเป็นการซื้อธุรกิจซื้อรูปแบบและสิทธิในการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่การซื้อขาย ผลิตภัณฑ์ และบริการเหมือนธุรกิจต้นแบบอีกต่อไป หากแต่ธุรกิจของท่านก็คือการขายธุรกิจ ให้แก่ผู้อื่น รูปแบบของแฟรนไชส์มีความหลากหลาย แล้วแต่ประเภทของธุรกิจและธรรมชาติของธุรกิจที่จะซื้อหรือจะขายแฟรนไช ส์ ท่านจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบถึงข้อกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ว่าเหมาะกันท่านหรือไม่ เพราะการซื้อขายแฟรนไชส์นั้นหมายถึงการตกลงปลงใจ ร่วมกันที่จะประกอบธุรกิจในลักษณะส่งเสริมสนับสนุน เกื้อกูลซึ่งกันและกันในระยะยาว และมีเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกันโดยที่ผู้ที่ มาซื้อแฟรนไชส์เราไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาเราที่จะสามารถปฏิบัติต่อเขา เหมือนลูกน้องเราในบริษัท แต่เป็นสมาชิกในเครือข่ายที่อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการและนโยบายเดียวกัน ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงที่กำหนด หรือสัญญาการรับสิทธิ์ ที่จะต้องทำงานเคียงบ่าเคียงไหลไปพร้อมๆกัน

อย่างไรก็ตามธุรกิจแฟรนไชส์ นั้นถือว่า เป็นรูปแบบหนึ่งในการขยาย ธุรกิจ
ที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้วิธีการพัฒนาระบบ
วิธีการดำเนินงานมาแล้วเป็นอย่างดี เปรียบเสมือนการทำสำเนาเพิ่มจำนวนธุรกิจที่ประสบ
ความสำเร็จนั้นเอง อย่างไร ก็ตามแม้ว่าจะมีต้นแบบธุรกิจที่แฟรนไชซอร์ ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถประสบ ความสำเร็จและมีกำไร แต่ไม่ใช่เป็นเครื่องรับประกันความสำเร็จของผู้รับสิทธิ์(แฟรนไชซี)เสมอไป

ปัจจัยหนึ่งสำคัญมากที่ช่วยให้ธุรกิจแฟรนไชส์ประสบความสำเร็จก็คือ จะต้องสามารถทำให้แฟรนไชส์ซีมีทักษะความสามารถในการจัดการเท่า ๆ กับแฟรนไชซอร์ และรู้เรื่องธุรกิจพอๆกับที่แฟรนไชซอร์รู้ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือแฟรนไชซีจะต้องเป็นผู้ลงมือทำธุรกิจด้วยตัวเขาเอง

 
ข้อมูลจาก http://www.fla.or.th/knowledge.php
 
 
 
 
Satiti.com ฟรีสถิติ โค้ดสถิติ สถิติเว็บไซต์ ตัวอย่างสถิติ เว็บสถิติ จัดอันดับเว็บไซต์ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์
Copyright 2011 kidbuak.com